เมื่อ 30-40 ปีก่อน
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีอาวุโสอายุ 76 ปี
เคยมีชื่อเสียงเป็นที่ยกย่องชื่นชอบทั่วฟ้าเมืองไทย
แต่เหตุไฉนใยมาเสียคนตอนที่อายุย่างเข้าสู่วัยชรา
ในช่วงเวลาที่อายุกำลังจะดับขัย ไปสู่ภพภูมิแห่งใหม่

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2483
เป็นศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2536 สาขาวรรณศิลป์ เป็นกวีรางวัลซีไรต์และเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ปัจจุบันกวีผู้โด่งดังที่ได้รับรางวัลเกียรติยศหลายรางวัลผู้นี้ ได้กลายเป็นบุคคลแถวหน้าที่บูชาลัทธิเผด็จการ เหยียบย่ำระบอบประชาธิปไตยและก้าวเดินห่างออกไปจากความถูกต้องชอบธรรมจนหาทางกลับไม่เจอมานานแล้ว

การยกย่องชื่นชมในผลงานและคุณงามความดีที่ประชาชนไทยเคยมีให้กับบุคคลผู้นี้ในอดีตค่อยๆเลือนลางและจางหายไปในที่สุด มันจางหายไปจากความนิยมและมันยังจางหายไปจากความทรงจำของคนไทยหลายสิบล้านคนอีกด้วย

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
คือตัวแทนของอำมาตย์และเผด็จการในสายตาของคนไทยในปัจจุบัน ผลงานด้านกวีนิพนธ์ของเขาในรอบหลายปีที่ผ่านมาบ่งบอกถึงสันดานและจิตใต้สำนึกของผู้กดขี่ที่ระบายสันดานและจิตใต้สำนึกนั้นผ่านอักขระที่ร้อยเรียงเป็นบทกวีเพื่อเหน็บแนบ เสียดสีด่าว่า ทั้งถากถางและป้ายสี ประชาชนและผู้ใฝ่หาประชาธิปไตย เพียงเพื่อเอาใจเผด็จการและอำมาตย์ที่ปรนเปรอตนด้วยตำแหน่งและเงินทองเท่านั้น หาได้มีคุณธรรมและจริยธรรมใดๆไม่
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กับบทกวีชิ้นล่า
ว่าด้วยเรื่องของประชาธิปไตยโดยอ้างว่าเป็นคำกล่าว ของสมาชิกวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกา Sen. Elizabeth Warren นั้นบิดเบือนความจริง กลายเป็นประเด็นร้อนเป็นที่ถกเถียงของสังคมไทยอยู่ในขณะนี้ จากบทกวีที่เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เขียนว่า “ประเทศไทยนั้นไม่ได้อยู่ได้เพราะประชาธิปไตย….แต่ยั่งยืนอยู่มั่น ด้วยกำลัง”
กวีบทนั้นร้อยเรียงอย่างที่เห็นในภาพข้างล่างภายใต้ชื่อว่า “กำลังพล” หาก Sen. Elizabeth Warren มาอ่านพบบทกวีชิ้นนี้เข้า ถ้าไม่กลั้นใจตายเสียก่อน คงเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกันอย่างแน่นอน

คำปราศรัยของ Sen. Elizabeth Warren จากรัฐ Massachusetts ไม่เหมือนกับสาระของบทกวีที่เนาวรัตน์ พงษไพบูลย์ประพันธ์แม้แต่น้อยทั้งๆที่แอบอ้างว่าเธอเป็นผู้พูด Sen. Elizabeth Warren ปราศรัยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2016 ใช้เวลาปราศรัย 12 นาทีตามลิ้งค์ที่แนบมา http://time.com/…/elizabeth-warren-donald-trump-republica…/…
(ขอผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและผู้รอบรู้ด้านการเมืองอเมริกันกรุณาถอดความเป็นภาษาไทยเป็นวิทยาทานให้กับเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ด้วยจะเป็นกุศลอย่างใหญ่หลวง)

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมควรถูกถอดออกจากตำแหน่งศิลปินแห่งชาติและคืนเงินรางวัล เงินเดือนและผลประโยชน์ต่างๆที่ได้รับมากลับให้ “สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ” ไป เนื่องจากไม่ได้ทำประโยชน์ให้สังคมและมนุษยชาติ ทั้งยังไร้ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมตามคุณสมบัติข้อที่ 7 และข้อที่ 6 ที่ “สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ” ตั้งไว้ป็นมาตรฐานในการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ 7 ประการดังนี้คือ
1. เป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันตัดสิน
2. เป็นผู้มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะในแต่ละแขนง
3. เป็นผู้สร้างสรรค์ พัฒนาศิลปะ และสืบสานศิลปะ ในแต่ละแขนงจนถึงปัจจุบัน
4. เป็นผู้ผดุง และถ่ายทอดศิลปะในแต่ละแขนง
5. เป็นผู้ปฏิบัติงานศิลปะแต่ละแขนงอยู่ในปัจจุบัน
6. เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความรักในงานศิลปะวิชาชีพ
7. เป็นผู้มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ
คุณสมบัติทั้ง 7 ประการข้างต้นเลื่อนลอยกว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. ที่บรรดาลิ้วล้ออำมาตย์เผด็จการหยามเหยียดว่าเป็นคนเลวเป็นไหนๆ ทั้งยังได้รับการคัดเลือกจากบุคคลเพียงหยิบมือเดียว ไม่ใช่จากการลงคะแนนเสียงของประชาชนจำนวนหมื่นจำนวนแสนอย่างการเลือก สส. แต่อย่างใด
นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติยังได้รับผลประโยชน์มากมายซึ่งเป็นเงินภาษีที่เก็บมาจากประชาชน
จากปี พ.ศ. 2536 ที่เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์มาจนถึงปัจจุบันได้สวาปามผลประโยชน์ที่ปรนเปรอให้จากภาษีของประชาชนไปแล้วเท่าไร เคยนึกถึงข้าวแดงแกงร้อนที่ประชาชนราดหัวให้บ้างไหม
ผลประโยชน์ที่ศิลปินแห่งชาติได้รับตามกฎเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติที่ระบุไว้ข้างล่างมีไม่น้อยเลยจริงๆ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์และ/หรือกินเงินเดือนจากเงินภาษีของประชาชนสมควรต้องถูกตรวจสอบโดยประชาชน
ตั้งแต่มีการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติคนแรกมาจนถึงคนปัจจุบันได้มีการตรวจสอบกันบ้างไหมว่ามีคุณสมบัติ มีคุณธรรมและมีจริยธรรมครบถ้วนอยู่หรือไม่อย่างไร หรือว่าได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว ก็คือเป็นแล้วเป็นเลย แค่คอยแบมือรับแล้วสิทธิประโยชน์ 7 ประการตามที่ระบุไว้ข้างล่างก็พอ โดยจะทำตัวอย่างไรก็ได้ ไม่แยแสว่าประชาชนเจ้าของภาษีจะถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไร
สิทธิประโยชน์ตอบแทน 7 ประการ ที่ศิลปินแห่งชาติได้รับจากกองทุนส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยไม่แคร์ว่าประชาชนผู้เสียภาษีกินอยู่อย่างไรมีดังนี้
1. เงินตอบแทนรายเดือนตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ 20,000 บาทต่อเดือน
2. สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเฉพาะตัวตามระเบียบราชการ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
3. เงินช่วยเหลือประสบสาธารณภัยเท่าที่เสียหายจริง ไม่เกิน 50,000 บาทต่อครั้ง
4. ค่าของเยี่ยมผู้ป่วย (เฉพาะผู้ป่วยที่เป็นศิลปินแห่งชาติ) หรือในโอกาสสำคัญเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง
5. เงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมบำเพ็ญกุศลศพ 20,000 บาท
6. ค่าเครื่องเคารพศพตามประเพณีที่เหมาะสมเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 3,000 บาท
7. เงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 150,000 บาท

พิจารณาจากคุณสมบัติ
และผลประโยชน์ที่ศิลปินแห่งชาติได้รับ
ประชาชนคงต้องร่วมกันส่งเสียงดังๆไปยัง
สำนักงานคณะกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติว่าคนดีที่
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติอย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ยังจะดำรงตำแหน่งเป็นศิลปินแห่งชาติต่อไปได้อีกหรือ
หากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
ยังเห็นว่าคนที่ต่อต้านประชาธิปไตย บิดเบือนความจริง ด่าว่าให้ร้ายผู้อื่นอย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ยังเป็นคนดีที่ท่านเต็มใจและสมัครใจเลือกให้คงอยู่ในตำแหน่งเป็นศิลปินแห่งชาติต่อไป ประชาชนคงไม่มีอะไรจะกล่าวอ้าง
นอกจากกระซิบเบาๆด้วยเสียงแผ่วพริ้วข้างติ่งหูของท่านว่า
“ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป …”
ข้อเขียนนี้ไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ
ถ้าสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติไม่ปลดเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ออกจากตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ ก็ขอให้บอกต่อคน “ดีแตก” อย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ว่าประชาชนเรียกร้องให้ลาออกเอง

RED USA
September 10, 2016